วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เทคนิคการอ่าน การแปล บทสนทนาภาษาอังกฤษ 2

วันนี้จะพาท่านไปพบกับเรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่ได้กระทำการผิดพลาดครั้งใหญ่ (mass mistake) ในชีวิต ด้วยการขโมยเงิน (stealing money) จากที่ทำงานของตัวเอง ทั้งๆ ที่ ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย(superior) ของเขาอย่างมาก

แน่นอน ความโลภ (greedy) ย่อมทำให้คนบางคนที่ไม่ยอมเชื่อถือในมโนธรรม (conscience) ของตนเอง ต้องประสพกับเคราะห์กรรม และต้องไปชดใช้หนี้กรรมที่ตนเองได้กระทำลงไป ด้วยการต้องไปติดคุกติดตาราง (staying behind bar) ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่า วิบากกรรมเหล่านี้ จะสิ้นสุดลง ณ จุดใด

เราลองมาดูสิ่งที่ขายคนนี้ ซึ่งมีนามว่า Edward (เอ็ดเวิร์ด) เขาได้พูดว่าอย่างไรบ้าง 


บทสนทนาตอนนี้ จะเป็นการพูดคุยกันระหว่าง Counselor หรือ ผู้ให้คำปรึกษา หรือผู้คอยให้ความช่วยเหลือ  และ Edward ซึ่งทางด้าน ผู้ให้คำปรึกษา จะเป็นฝ่ายตั้งคำถาม

Counselor : Edward, you had a huge salary at the bank.
                   (เอดเวิร์ด คุณได้ร้บเงินเดือนสูงมากจากทางธนาคาร(ที่คุณทำงา)
                    Weren't you satisfied with that?
                    (คุณไม่พอใจเลยหรือกับเงินเดือนที่ได้รับ)
Edward     : It was good. But I was greedy for more money.
                   (มันเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่า ผมโลภมากเกินไปสำหรับเงินที่มากกว่านี้)
Counselor : You wanted more and more?
                   (คุณต้องการเงินที่มากขึ้นๆ ใช่ไหม)
Edward     : Exactly. You know, they say "opportunity makes the thief."
                   (ใช่แล้ว คุณรู้ไหม มีคนเคยกล่าวไว้ว่า โอกาสสร้างหัวขโมยขึ้นมา)
Counselor : So, nobody actually checked on your operations?
                   (ไม่มีใครเลยหรือ ที่จะตรวจสอบการปฏิบัติงาน(เรื่องการขโมยเงิน) ของคุณ )
Edward     : No, nobody did. My superiors trusted me.
                  (ไม่เลย ไม่มีใครเคยตรวจสอบ เจ้านายของผมเชื่อใจผมมากๆ)
Counselor : Where did you spend all that money?
                   (คุณนำเงินทั้งหมดไปใช้ที่ไหนบ้างล่ะ)
Edward     : I had a lavish lifestyle. I would fly in a private jet from New York to Las Vegas just for 
                    dinner and a show, and I had lots of friends.
                   (ผมใช้ชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่ามาก ผมเคยบินเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวจาก นิวยอร์ค ไป ลาสเวกัส 
                    เพียงเพื่อทานมื้อเย็น ดูการแสดง และมีเพื่อนฝูงมากมายเลย
Counselor : You had lots of friends to help you spend your money?
                   (คุณมีเพื่อนเป็นจำนวนมาก มาช่วยคุณใช้จ่ายเงินใช่ไหม)
Edward     : But they weren't true friends, of course. They simply took advantage of me.
                    (แต่พวกเขาไม่ใช่เพื่อนแท้อย่างแน่นอน) (พวกเขามักจะมาแค่เอาผลประโยชน์จากผม)
Counselor : Don't you regret stealing other people's money?
                   (คุณไม่เคยคิดเสียใจบ้างหรือไงที่ขโมยเงินจากคนอื่นๆ)
Edward     : Now I do. I didn't follow the values that were passed on to me by parents.
                    I should have listened to my conscience.
                    Now, I'm going to have to pay for my mistakes behind bars.
                   (ตอนนี้ผมคิดแล้ว ผมไม่ยอมทำตามสิ่งดีๆ ที่ส่งผ่านมายังผมโดยพ่อแม่ของผม) (ผมควรที่จะรับฟังมโนธรรมในตัวของผม) (ตอนนี้ ผมกำลังจะเข้าไปอยู่ในคุกเพื่อชดใช้ในข้อผิดพลาดที่ผมได้กระทำลงไป)

แน่นอน การกระทำที่ผิดกฎหมาย ย่อมส่งผลร้ายให้ตัวเองในท้ายที่สุด

โลกนี้ มีคนอย่างนาย เอดเวิร์ด อีกเป็นจำนวนมาก ที่ปล่อยให้ความโลภ (Greedy) เข้ามาครอบงำ และบงการให้ตัวเองกระทำการที่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

คำศัพท์ ที่น่าสนใจ 



กิจกรรม Conversation

- salary (n.): money that you receive every month for work (เงินเดือน)

- satisfied (adj.): pleased with what you or others have done (ที่น่าพอใจ)

- greedy (adj.): wanting too much (ที่ละโมบ)

- superiors (n.): a person of higher rank, authority, etc. (ผู้มีตำแหน่งสูงกว่า)

- lavish (adj.): showing that a lot of money has been spent (หรูหรา, ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย)

- conscience (n.): the awareness within oneself of the choice one make between right
                           and wrong (มโนธรรม, ความรู้สึกผิด, ความกลัวบาป)

- bars (n.): pieces of metal in front of the windows (ลูกกรง)






วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

เทคนิคการอ่าน การแปล บทสนทนาภาษาอังกฤษ

วันนี้จะพาไปดูสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องของความผิดหวัง ความโศกเศร้าเสียใจ และแน่นอน ต้องมีเรื่องของการแสดงความเห็นอกเห็นใจ (Sympathizing) การให้กำลังใจ (Minimizing/Encouraging) มาด้วยเพราะเป็นของคู่กัน

ซึ่งในทุกชาติทุกภาษาย่อมต้องมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่ในเมื่อเรามีความจำเป็นต้องเรียนภาษาอังกฤษ เราก็ควรที่จะต้องรู้ในเรื่องของการใช้คำพูด ในการแสดงความรู้สึกดังกล่าวบ้าง เพื่อให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะกับสถานการณ์และโอกาสนั่นเอง

จากบทสนทานด้านบน พอจะแปลได้ดังต่อไปนี้

Anna  : I'm really feeling down
            (ฉันเสียใจมากๆ)
Vicky : I understand what you're feeling.
             (ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ)
             I've been through that myself.
             (ฉันเคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้นด้วยตัวของฉันเองมาแล้ว)
            When Jerry and I broke up, it took me a while to get over it.
             (เมื่อฉันและเจอรี่เลิกกัน ฉันต้องใช้เวลาสักพักเหมือนกันในการที่จะทำใจกับมันได้)
Anna  : ฺBut I threw away years of my life. I dreamed of marrying Josh and I was planning on my life together with him. And all that time Josh was leading me on.
             (แต่ว่า ฉันได้ละทิ้งชีวิต (ส่วนตัว) ของฉันช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ฉันฝันที่จะแต่งงานกับจอร์จ
              และ วางแผนใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา และ ณ ช่วงเวลานั้น จอร์จก็หลอกลวงฉัน)
Vicky : It's not the end of the world. Think of it this way. It was good while it lasted.
             (มันไม่ใช่วันโลกแตกสักหน่อย หรือ มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ยังมีหวัง ต้องสู้ต่อไป
             คิดแบบนี้สิ มันเคยมีสิ่งที่ดีๆ ตอนที่ยังคบกันอยู่ หรือให้คิดถึงแต่สิ่งที่ดีๆ
             ตอนที่ยังมีเยื่อใยต่อกันนั่นเอง)
Anna  : I guess you're right. We had some really good times, and we learned a lot from each other.  
             (ฉันหวังว่าเธอจะพูดถูกนะ  ตอนนั้นเรามีเวลาที่ดีมากๆ และเราก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย)
Vicky : Yeah. I'm sure you'll find somebody new. I met William, and we're very happy together.
             (ฉันแน่ใจว่าเธอจะพบคนใหม่อย่างแน่นอน ฉันเจอ วิลเลี่ยม และเราก็มีความสุขมากๆ)
Anna  : But I don't think I'll ever find someone like Josh.
             (แต่ฉันไม่คิดว่าฉันจะพบใครที่เหมือนกับจอร์จ)
Vicky : Try forget Josh. You've got to turn the page. Come on, cheer up! Let's go out and do something fun.
             (พยายามลืมจอร์จเถอะ เธอต้องเดินหน้าต่อไปนะ ไม่เอาน่า สู้ๆ สดชื่นหน่อย ออกไปหาอะไร
              สนุกๆ ทำกันดีกว่า)


คำศัพท์ที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสำนวนภาษาอังกฤษ เช่น 


- feel down (phrv.):  (เสียใจ)

- be through (phrv.):  (ประสบ)

- break up (phrv.):  (ยุติความสัมพันธ์)

- get over (phrv.):  (ฟื้น, กลับคืน)

- lead (someone)  (หลอก/ทำให้เชื่อ)


จะมีสำนวน การแสดงความเห็นอกเห็นใจ (Sympathizing) ที่ปรากฎในเรื่องนี้ เช่น 


I understand what you're feeling. (ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ)

สำนวน การให้กำลังใจ (Minimizing/Encouraging)  เช่น 


It's not the end of the world. (มันไม่ใช่วันโลกแตกสักหน่อย หรือ มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด)

cheer up! (สู้ๆ ร่าเริงหน่อย)


ก็ขอให้ทุกท่านที่มีความตั้งใจในการเรียนภาษาอังกฤษ ได้รับสิ่งดีๆ สาระดีๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะด้านภาษากันต่อไปนะคับ

แล้วพบกันใหม่ในเรื่องต่อๆ ไป ครับ


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รวมสำนวนภาษาอังกฤษในข้อสอบ O'net ม.6 ชุดที่ 3

สำนวนภาษาอังกฤษที่พบในข้อสอบ O'net ยังมีให้กล่าวถึงกันเรื่อยๆ แน่นอนว่าในแต่ละครั้งที่เราพบ หรือเจอสำนวนเหล่านี้ จะทำให้เราเกิดอาการปวดเศียรเวียนเกล้าพอสมควร เพราะว่าความหมายของสำนวนเหล่านั้น เราไม่สามารถแปลตรงตามความหมายของคำศัพท์ที่ปรากฏในสำนวนหล่านั้น

แต่ถึงแม้ว่าสำนวนเหล่านี้ จะสร้างยุ่งยากลำบากใจให้กับคนอ่านก็ตามที แต่สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือว่า มันได้สร้างสีสรรให้กับผู้รักการอ่านข้อความภาษาอังกฤษได้มากมายเลยทีเดียว

เราลองมาดูกันว่าตอนที่ 3 นี้ มีอะไรบ้าง

Backseat driver

Backseat (n.) หมายถึง ที่นั่งด้านหลัง ส่วนคำว่า driver (n.) คือ คนขับรถ รวมๆ กันก็จะหมายถึง คนขับรถที่นั่งเบาะหลัง

ฟังดูทะแม่งๆ เพราะโดยปกติแล้ว คนขับรถโดยส่วนใหญ่ต้องนั่งด้านหน้าหลังพวงมาลัยถึงจะถูก แต่สำนวนนี้ มาจากการที่คนหลายๆ คนที่มักให้คำแนะนำที่ไม่จำเป็นมากจนเกินไป จากที่นั่งด้านหลังคนขับนั่นเอง มันหมายความถึงคนที่ต้องการควบคุมสิ่งต่างๆ โดยที่คนๆ นั้นไม่มีหน้าที่ที่ต้องกระทำการนั้นๆ เลยนั่นเอง

อันนี้ก็เคยเจอนะ บางทีเวลานั่งเรถไปกับเพื่อนร่วมงาน แล้วมีภรรยาเขานั่งไปด้วย ภรรยาก็จะคอยสั่งนั่น นี่ นู่น อยู่ตลอดเวลา ทำเอาเราหงุดหงิดใจแทน แต่ก็นะ เขาอาจจะชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็ได้ ถ้าเป็นผมละก็ ฮึ่ม ไม่ได้เลย ต้องรีบหันไปมอง แล้วบอกว่า....เอ่อ ที่รัก ต่อไปจะให้ขับไปส่งที่ไหนอีกจ้ะ

Deadline

Deadline (n.) หมายถึง เส้นตาย คำๆ นี้มีที่มาตั้งแต่ในยุคสงครามกลางเมืองของเมริกานู่นเลย เมื่อมีการกำหนดเขตแดนเพื่อกักกันนักโทษที่ถูกจับได้ในระหว่างสงคราม ซึ่งถ้าหากว่ามีนักโทษคนใดที่ทะเร่อทะร่า เดินข้ามเส้นเขตแดนของการกักกันแล้วละก็ จะต้องถูกยิงในทันที ฟังแล้วน่าสยดสยองและหวาดเสียวกันเลยทีเดียว

แต่ในปัจจุบันนี้ คำๆ นี้ได้ถูกนำมาใช้ในการกำหนดว่า โครงการหรืองานที่ได้รับมอบหมายนั้น จะต้องส่งเวลาใดนั่นเอง ซึ่งในสถานศึกษา คุณครูที่สอนมักให้นักเรียนไปทำรายงาน แล้วก็จะบอกนักเรียนว่า deadline หรือ เส้นตาย คือวันนั้น วันนี้นะ ก็ว่ากันไป

Kick the bucket

Kick (v.) หมายถึง เตะ the bucket (n.) คือ ถังน้ำ หรือ ภาชนะสำหรับใส่น้ำ

สำนวนนี้ หมายถึง ตาย ซึ่งเป็นไปได้ว่า สำนวนนี้หมายถึงความพยายามฆ่าตัวตาย จากการที่คนที่อยากจะตายเป็นผี หรือไม่อยากที่จะอยู่บนโลกนี้ให้เป็นที่รำคาญ หรือเวทนา ต่อคนที่พบเห็น (ฮา) โดยการเอาเชือกมาผูกติดกับขื่อหรือคาน (beam n.)  ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ทำเป็นบ่วง หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า noose (n.) แล้วขึ้นยืนบนถัง จากนั้นก็ค่อยๆ มุดหัวหรือศีรษะเข้าไปในบ่วงอย่างช้าๆ ถ้าใครเคยดูหนังไทยก็คงพอจะนึกภาพออกอ่ะนะ เพราะมีให้ดูกันมากมายหลายเรื่อง

จากนั้นก็ทำการเตะหรือถีบถังน้ำให้กระเด็นไป จากนั้นเชือกก็จะรัดคอ แล้วตัวก็จะห้อยต่องแต่ง ลิ้นห้อย ตาเหลือก ขี้เยี่ยวแตก ยิ่งสร้างความเวทนาให้ผู้พบเห็นขึ้นไปอีก อ่านแล้วก็อย่าไปทำตามนะคับ ชีวิตเรายังมีคุณค่า อย่าคิดสั้นนะคับ ปล่อยให้เป็นเรื่องของสำนวนภาษาไป (ฮา)

Rain cats and Dogs

rain (v.) หมายถึง ฝนตก cats and dogs หมายถึง แมวและหมา

สำนวนนี้ฟังดูแล้วนึกเห็นภาพใครๆ ก็ต้องขำกันล่ะคับ ลองนึกภาพเวลาฝนตกแล้วมีหมาแมวตกลงมาด้วย คงสนุกพิลึก

ถึงแม้ว่ามีหลายต่อหลายทฤษฎีต่อการกำเนิดเกิดขึ้นของสำนวนนี้ แต่มีทฤษฎีหนึ่งที่ให้ความเชื่อถือและยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ก็คือว่า ในสมัยก่อนนู้นนนนน ในประเทศอังกฤษ หรือ England นั่นแหละ หลังคาบ้านเรือนต่างๆ เขานำฟางหรือหญ้าแห้งมาทำเป็นที่บังแดดและฝน ทำให้เป็นที่พิศวาสของหมาและแมวที่ต่างก็ต้องการที่พักพิงหลับนอนกันเพราะว่ามันนิ่ม ต่อเมื่อยามที่ฝนตกหนัก ทำให้หลังคานั้นเกิดอาการลื่น ส่งผลให้เจ้าหมาและแมวเหล่านั้นไหลตกลงมาด้านล่าง จะด้วยไหลลงมาเพราะฟ้าฝนหรือ เจตนาไหลลงมาเองก็ไม่มีใครทราบได้ ดังนั้น สำนวนที่น่ารักๆ นี้จึงถือกำเนินขึ้นมา

คำอธิบายในแบบอื่นๆ ก็มีนะ อย่างเช่นว่า ฝนที่ตกหนักจะชำระล้างซากสัตว์ที่ตายให้ไหลลงมาตามสายน้ำอันชุ่มฉ่ำลงสู่ท้องถนน อย่างไรก็ตาม มีคำกล่าวที่เป็นที่นิยมพูดถึงซึ่งก็เดินทางมาไกลกันเลยจากทางเหนือของยุโรป แถมยกให้เป็นระดับตำนานเลยด้วย ก็คือว่า เจ้าแมวเหมียวผุ้น่ารักนั้น เป็นสัญลักษณ์แห่งฝน ส่วนเจ้าด่าง หรือ หมาน้อย ของเรา เป็นสัญลักษณ์แห่ง ลม ดังนั้น เมื่อเกิดพายุฝนที่ตกหนัก และมาพร้อมกับลมพายุที่พัดแรง ก็มักจะพูดกันว่า 'It's cats and dogs out there." นั่นเอง

Saved by the Bell

be saved หมายถึง ได้รับการช่วยเหลือ ส่วน the bell ก็คือ ระฆัง หรือ กระดิ่ง นั่นเองนะคับ

สำนวนนี้หมายการช่วยเหลือในวินาทีสุดท้าย ซึ่งมาจากการที่เมื่อมีคนเสียชีวิต แล้วถูกนำไปฟัง ก็จะมีการนำกระดิ่งไปแขวนไว้บนหลุมศพและนำเชือกมาผูกโยงไว้ ปลายอีกด้านหนึ่งของเชือกโยงเข้าไปในโลงศพหรือหีบศพ ในกรณีที่ว่า คนที่ถูกฝังเกิดฟื้นขึ้นมาหลังจากถูกนำไปฝังแล้ว เขาก็จะสามารถสั่นกระดิ่งเพื่อเรียกให้คนเข้าไปช่วย

สำนวนนี้ ถูกนำไปใข้อย่างแพร่หลายในวงการมวยในสำนวนที่ว่า saved by the round bell ซึ่งหมายความว่า นักมวยคนนั้น มีเวลาเพียงไม่กี่นาที หรือมีเวลาน้อยมากในการที่จะได้หยุดพักหรือหายเหนื่อย เพื่อที่จะกลับมาชกกันต่อ

เอาเป็นว่า วันนี้เรามาพูดถึงสำนวนภาษาอังกฤษที่พบได้โดยทั่วๆ ไป กันเพียงเท่านี้กันก่อนนะคับ

แล้วพบกันในชุดต่อไปคับ

สวัสดี

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ศัพท์เกี่ยวกับการซื้อของ มีอะไรบ้าง

วันนี้มาเอาใจขาช้อปกันดีกว่านะครับ เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่ไปเดินช้อปปิ้งกันในห้างสรรพสินค้า คงมองหาสิ่งที่เหมือนๆ กันนั่นก็คือ ป้ายลดราคาใช่ไม๊ หรือว่าจะปฏิเสธว่าไม่จริง 555+

แน่นอน สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ค่อยมาก หรือที่เป็นประเภทเดือนชนเดือนแล้วล่ะก็ การมองหาป้ายลดราคาก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะประหยัดเงินในกระเป๋าให้คงอยู่กับเราไปให้นานที่สุด

วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ขาย จำหน่าย ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

วันก่อนมีน้องในที่ทำงานถามว่า คำว่า "ขาย" ในภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง และใช้ต่างกันอย่างไร

เพราะเขาบอกว่า วันก่อนได้พยายามซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมือสองทางเว็บไซต์จากชาวต่างชาติที่มาอาศัยในเมืองไทยซึ่งมีทั้งที่อยู่นาน และแค่แวะมาทำธุรกิจเพียงไม่กี่เดือนก็จะโบกมือลาเมืองไทย แล้วไปต่อยังประเทศอื่นๆ หรือแม้แต่กลับไปยังประเทศบ้านเกิดเมืองนอนที่ตัวเองลืมตามาดูโลกก็ตามที

วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ว่าด้วยเรื่อง เก้าอี้ ม้านั่ง และ ที่นั่ง

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงไม่มีใครไม่เคยนั่งเก้าอี้มาก่อน เพราะในปัจจุบันมีเก้าอี้ให้เลือกนั่งกันอย่างหลากหลายกันเลยทีเดียว

ประวัติศาสตร์เก้าอี้นั้นก็มีมานานแสนนาน เห็นว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรีกโน่นแหละ ก็ราวๆ 600 ปีก่อนคริสตศักราช (โอ้แม่เจ้า)

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จาน ชาม ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

เมีย : เฮ้ย ไอ้แก่ ไปล้างจานให้หน่อยสิ ฉันไม่ว่าง ต้องดูละคร
     เสียงเมียตะโกนสั่งผัว ดังมาจากด้านในบ้าน ทำเอาผัวที่นอนเหล่สาวๆ ที่เดินผ่านไปมา บนเก้าอี้หน้า บ้านต้องสะดุ้งโหยง ทำเอาอารมณ์ที่กำลังรื่นรมย์ต้องกระเจิดกระเจิง
     จึงตะโกนสวนกลับไปทันทีว่า ......เอาน้ำยาล้างจานมา .....555